Social Listening · พังงา
ภาพลักษณ์และเสียงสะท้อนบน Social Media
ต่อการบริหาร อบจ.พังงา
Social Listening Data Sources
Facebook
TikTok
News & Public Pages
Public Communities
วิเคราะห์จากบทสนทนาสาธารณะบน Social Media และ Online Media ที่เกี่ยวข้องกับ อบจ.พังงา ผู้บริหาร ประเด็นการบริหาร ผลงาน กิจกรรม และความคิดเห็นของประชาชน โดยติดตามทั้งข้อความเชิงสนับสนุน การตั้งคำถาม ข้อวิจารณ์ และประเด็นเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา
ภาพรวมแนวโน้ม
เสียงบน Social กำลังเปลี่ยนจาก “ความคาดหวัง” ไปสู่ “การตั้งคำถามเรื่องผลงาน”
Key Insight
“เมื่อระยะเวลาการบริหารผ่านมา ประชาชนเริ่มคาดหวัง ‘ผลงานที่จับต้องได้’ มากกว่าการรับรู้ผ่านกิจกรรม”
How WeListen
ข้อมูลถูกติดตามและจัดกลุ่มจากบทสนทนาที่เกี่ยวข้องใน 4 มิติ
Brand & Person Mentions
ชื่อโกหลี่ / นายก อบจ.พังงา / อบจ.พังงา / ชื่อและคำเรียกที่เกี่ยวข้อง
Performance Conversations
ผลงาน / โครงการ / งบประมาณ / การพัฒนา / ปัญหาพื้นที่
Public Reactions
ความคิดเห็นเชิงบวก / กลาง / ตั้งคำถาม / วิจารณ์
Comparative Conversations
การเปรียบเทียบกับผู้บริหารเดิม คู่แข่ง จังหวัดใกล้เคียง หรือแนวทางพัฒนาพื้นที่อื่น
ไม่ได้พิจารณาเฉพาะโพสต์จากช่องทางของ อบจ. แต่รวมถึงบทสนทนาสาธารณะที่เกิดขึ้นรอบตัวบุคคล องค์กร ประเด็น และเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ภาพรวมแต่ละช่วงเวลา
อารมณ์ความคิดเห็นหลักที่พบในแต่ละช่วงของ Timeline
ก่อนเลือกตั้ง
🟢 Trust & Expectation
หลังได้รับเลือกตั้ง
🟢 High Expectation
ช่วงเริ่มบริหาร
🟡 Positive → Questioning
ทำงานระยะหนึ่ง
🟠 Questioning → Criticism
ปัจจุบัน
🔴 Negative Narrative Growing
เส้นทางความคิดเห็น (Sentiment Journey)
คำ/วลีที่สะท้อนความรู้สึกของประชาชนในแต่ละช่วง
มีประสบการณ์ช่วยเหลือชาวบ้านจริงรู้จักพื้นที่หัวคิดใหม่มีทีมคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วย
มีประสบการณ์อยู่แล้ว น่าจะทำได้อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงรอดูว่าจะพาพังงาไปทางไหน
เข้าถึงง่ายเป็นกันเองเห็นลงพื้นที่กิจกรรมเยอะSocial ดูสนุกขึ้น
ทำไมเห็นแต่งาน Event?มีผลงานอะไรเป็นรูปธรรม?โครงการใหญ่มีอะไร?จังหวัดเปลี่ยนไปอย่างไร?
Negative Narrative Growing
เน้นสนุกสนาน
งบประมาณถูกใช้กับอะไร?ทำไมไม่เห็นการแก้ปัญหาใหญ่ของจังหวัด?
ไม่ค่อยเห็นการทำงาน
ไม่เห็นวิสัยทัศน์
แนวโน้มNegative Sentiment
Directional Sentiment Index — แสดงทิศทางของเสียงจาก Qualitative Social Listening ไม่ใช่สัดส่วน Mention เชิงสถิติ
ทิศทางความรู้สึกเชิงลบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก Low Negative ช่วงก่อนเลือกตั้ง สู่ Higher Negative Signal ในปัจจุบัน
ConversationEvidence
คำและประเด็นที่พบจริงในบทสนทนาแต่ละช่วง — ที่มาของทิศทางกราฟด้านบน
🟢
ก่อนเลือกตั้ง — Trust / Expectation
ประสบการณ์ช่วยชาวบ้านเข้าถึงพื้นที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
🟡
ช่วงเริ่มทำงาน — Positive / Questioning
เข้าถึงง่ายกิจกรรมเยอะเห็นลงพื้นที่ทีมรุ่นใหม่
🔴
ช่วงปัจจุบัน — Increasing Criticism
เห็นแต่งาน Eventผลงานมีอะไรพัฒนาช้างบไปไหนอยากเห็นงานจริงเน้นสนุกเกินไป
Sentiment + NarrativeShift
การเปลี่ยนแปลงของ Dominant Perception และทิศทางในแต่ละช่วงเวลา
| ช่วงเวลา | Dominant Perception | Direction |
| ก่อนเลือกตั้ง | เชื่อมั่นในประสบการณ์ / คาดหวังการเปลี่ยนแปลง | 🟢 Positive |
| หลังเลือกตั้ง | ความหวังและความคาดหวังสูง | 🟢 Positive |
| เริ่มบริหาร | Active / เข้าถึงง่าย / กิจกรรมเยอะ | 🟢→🟡 |
| ระหว่างบริหาร | เริ่มถามหาผลงาน | 🟡→🟠 |
| ปัจจุบัน | Event-heavy / ไม่เห็นผลงาน / ต้องการผลลัพธ์ | 🟠→🔴 |
✦ Insight
The conversation is not simply becoming “more negative.”
It is becoming more performance-focused.
เมื่อระยะเวลาการบริหารเพิ่มขึ้น ประชาชนเปลี่ยนจากการประเมิน “ตัวบุคคลและความเข้าถึงง่าย” ไปสู่การประเมิน “ผลงานและผลลัพธ์” ขณะที่ Content ที่ประชาชนเห็นยังให้น้ำหนักกับกิจกรรมและความสนุกสูง จึงทำให้ Negative Narrative มีพื้นที่เพิ่มขึ้น
อะไรเปลี่ยนไป
ชาวบ้านไม่ได้เปลี่ยนจาก “ชอบ” เป็น “ไม่ชอบ” ทันที แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือมาตรฐานที่ใช้ประเมินผู้บริหาร
ก่อนเลือกตั้ง
ตัวบุคคล + ประสบการณ์ + ความสัมพันธ์กับพื้นที่
หลังเลือกตั้ง
แนวคิด + Direction + ความคาดหวัง
เมื่อเริ่มบริหาร
สิ่งที่เห็นว่ากำลังทำ
ปัจจุบัน
“ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร?”
PerceptionShift
ภาพของโกหลี่กำลังถูกตีความต่างจากช่วงแรก
Original Perception
“ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ แต่มีหัวคิดใหม่”
เข้าใจพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนความน่าเชื่อถือทีมงานคนรุ่นใหม่
Social Media Perception
“ผู้บริหารที่ Active และเข้าร่วมกิจกรรมเยอะ”
Eventงานรื่นเริงกิจกรรมคอนเทนต์สนุกTrend Content
Emerging Negative Perception
เห็นแต่มุมสบายๆ ไม่เห็นมุมแก้ปัญหาจริงจัง
นี่คือ Perception Shift ที่ Social Listening เริ่มสะท้อนออกมา
Audience ExpectationShift
“เสียงของประชาชนเริ่มเปลี่ยนจาก ‘ความชอบในความเข้าถึง น่ารัก ใจดี’ ไปสู่ ‘ความต้องการเห็นผลงานที่ชัดเจนมากขึ้น’”
ในช่วงแรก คอนเทนต์ที่มีความเป็นกันเอง สนุก และเข้าถึงง่าย ช่วยลดระยะห่างระหว่างผู้บริหารกับประชาชน และสร้าง Engagement ได้ดี
อย่างไรก็ตาม จาก Social Listening ในช่วงหลังเริ่มพบว่าเสียงของประชาชนบางส่วนเริ่มเปลี่ยนจากการมีส่วนร่วมเชิงสนุก ไปสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับผลงาน ความคืบหน้า และผลลัพธ์ของการบริหาร
จึงสะท้อนว่า Public Expectation กำลังเข้าสู่ระยะใหม่ที่ประชาชนต้องการรับรู้มากขึ้น
“ทำอะไร”→“ทำถึงไหน”→“แก้ปัญหาอะไร”→“ประชาชนได้อะไร”
Content ResponseShift
น้ำหนักของคอนเทนต์แต่ละประเภทเทียบระหว่างช่วงแรกกับปัจจุบัน
ช่วงแรก
Entertainment / Friendly
Engagement สูง
Performance / Work
รับรู้ผลงาน
ปัจจุบัน
Entertainment / Friendly
เริ่มเกิด Fatigue + Critical Voice
Performance / Work
Demand เพิ่มขึ้น + ต้องการรายละเอียด
Audience Preference is Shifting
ไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์สนุกไม่ควรมี แต่ Social Listening สะท้อนว่าน้ำหนักความต้องการของประชาชนกำลังเปลี่ยน จาก Personality & Entertainment ไปสู่ Performance & Impact มากขึ้น
What People Used to Engage With — ช่วงแรก
เป็นกันเองสนุกเข้าถึงง่ายผู้บริหารไม่ถือตัวทีมทันสมัย
What People Are Asking For Now — ปัจจุบัน
ผลงานความคืบหน้าแก้ปัญหาโครงการงบประมาณผลลัพธ์การพัฒนาพังงา
TheShift
Personality→Performance
Entertainment→Evidence
Engagement→Impact
คำอธิบายเชิงกลาง (แทนคำว่า “ชาวบ้านเริ่มไม่อิน”)
คอนเทนต์แนวสนุกและเข้าถึงง่ายยังมีบทบาทในการสร้าง Engagement และลดระยะห่างระหว่างผู้บริหารกับประชาชน แต่เริ่มพบสัญญาณ Content Fatigue ขณะที่ความต้องการรับรู้ด้านผลงานและผลลัพธ์เพิ่มสูงขึ้น หากสัดส่วนหรือจังหวะของคอนเทนต์แนวสนุกไม่สอดคล้องกับบริบท อาจถูกนำไปตีความเชิงลบ หรือกลายเป็นจุดที่ขยายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนกำลังตั้งคำถามเรื่องผลงานและความคืบหน้าของการบริหาร
ทำไม Negative Sentimentเพิ่มขึ้น
4 กลุ่ม Driver หลักของ Negative Narrative
ประชาชนเห็น Content ประเภท Event / งานรื่นเริง / กิจกรรม / Entertainment อย่างต่อเนื่อง
เมื่อ Content ประเภทนี้มีน้ำหนักมากกว่าคอนเทนต์ผลงาน จึงเริ่มสร้างภาพจำว่า “อบจ. เน้นจัดงาน”
02
Lack of Visible Proof of Work
Content Gap
ประชาชนยังไม่เห็น Content ที่ตอบคำถามได้ชัดว่า ปัญหาอะไร → แก้อย่างไร → ทำถึงไหน → ผลลัพธ์คืออะไร
จึงเกิดช่องว่างระหว่าง “งานที่องค์กรทำจริง” กับ “งานที่ประชาชนรับรู้”
โกหลี่มีต้นทุนด้านความน่าเชื่อถือและประสบการณ์สูง ประชาชนจึงไม่ได้คาดหวังเพียงผู้บริหารที่เข้าถึงง่าย แต่คาดหวังว่า “ประสบการณ์ที่มี จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของจังหวัด”
เมื่อสิ่งที่เห็นบน Social ไม่ตอบ Expectation นี้ จึงทำให้เสียงตั้งคำถามเกิดขึ้นง่ายขึ้น
ทีม Social ใช้ Content แนวสนุกและเข้าถึงง่ายเพื่อสร้าง Engagement ช่วงแรกช่วยลดระยะห่างระหว่างประชาชนกับผู้บริหารได้
แต่เมื่อใช้ต่อเนื่องมากเกินไป เกิดผลกลับด้าน: Friendly → Too Casual, Accessible → Entertainment-heavy, Modern → Less Serious
จึงมีความเสี่ยงทำให้ความน่าเชื่อถือของบทบาท “ผู้บริหารระดับจังหวัด” ลดลง
โครงสร้างการสนทนาเชิงลบ
เส้นทางที่นำไปสู่ Negative Narrative
Event เยอะ
↓
คอนเทนต์สนุกเยอะ
↓
คอนเทนต์งานจริงมี Visibility ต่ำ
↓
ไม่เห็น Impact
↓
เกิดคำถามว่า “ทำอะไรไปแล้ว?”
↓
เกิดการเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่น
↓
“เห็นแต่กิจกรรม ไม่เห็นผลงาน”
InformationGap
“ทำงาน” ไม่เท่ากับ “คนเห็นว่าทำงาน” — หนึ่งใน Findings สำคัญที่สุดจาก Social Listening
✦ องค์กรอาจกำลังทำงานหลายด้าน
InfrastructureEconomyEnvironmentTourismPublic ServicesCommunity Development
แต่หาก Content ที่ถูกกระจายออกไปส่วนใหญ่เป็น Event / Entertainment / Lifestyle ภาพที่ประชาชนได้รับจะไม่สะท้อนภาพรวมของการทำงานจริง
Content VisibilityGap
สิ่งที่ควรทำให้เห็นมากขึ้น เทียบกับสิ่งที่ประชาชนเห็นบ่อย
WORK — ควรเห็นมากขึ้น
โครงการนโยบายแก้ปัญหาประชุมจริงจังติดตามงานงบประมาณProgressผลลัพธ์Before–AfterInfrastructureEconomic Development
FUN — สิ่งที่เห็นบ่อย
Eventกิจกรรมเต้นเล่นTrendงานรื่นเริงCommunity Activity
FUN Visibility > WORK Visibility
↓
Performance Perception ลดลง
↓
Negative Narrative เพิ่มขึ้น
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด
ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “คอนเทนต์ดูเล่น” แต่คือ Content กำลังเปลี่ยนภาพจำของตัวบุคคล
โกหลี่มีทุนภาพลักษณ์เดิมที่แข็งแรง: ประสบการณ์ + ช่วยเหลือชาวบ้าน + เข้าใจพื้นที่ + หัวคิดใหม่ แต่ Content ปัจจุบันไม่ได้ดึงจุดแข็งเหล่านี้ออกมามากพอ หากปล่อยต่อเนื่อง ภาพจำอาจค่อย ๆ เปลี่ยนไป
“ผู้ใหญ่มีประสบการณ์ หัวคิดใหม่”
→
“ผู้บริหารที่เห็นแต่กิจกรรม”
ความเสี่ยงด้านการเลือกตั้ง
Negative Narrative วันนี้ สามารถกลายเป็น Political Narrative ในวันหน้า — ฝ่ายตรงข้ามไม่จำเป็นต้องสร้างประเด็นใหม่ทั้งหมด แต่สามารถหยิบคำถามที่มีอยู่แล้วมาขยายได้
คาดการณ์“ที่ผ่านมาได้อะไร?”
คาดการณ์“ผลงานใหญ่คืออะไร?”
คาดการณ์“ทำไมเห็นแต่ Event?”
คาดการณ์“งบประมาณถูกใช้ไปกับอะไร?”
คาดการณ์“พังงาเปลี่ยนไปอย่างไร?”
และสามารถนำ Content เก่าของช่องทางองค์กรเองกลับมาใช้เป็นภาพประกอบ Narrative ดังกล่าวได้
RiskCurve
ยิ่งปล่อยให้ภาพจำสะสมเป็นเวลานาน Cost of Repositioning จะยิ่งสูงขึ้น
RepresentativeConversations
ตัวอย่างน้ำเสียงที่พบในบทสนทนาสาธารณะ แบ่งตามทิศทางความคิดเห็น
Positive Voice
“มีประสบการณ์อยู่แล้ว น่าจะทำได้”
“เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง เห็นลงพื้นที่จริง”
“มีทีมคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วย น่าจะพาพังงาไปได้ไกล”
Questioning Voice
“ทำไมเห็นแต่งาน Event?”
“มีผลงานอะไรเป็นรูปธรรม?”
“โครงการใหญ่มีอะไรบ้าง จังหวัดเปลี่ยนไปอย่างไร?”
Critical Voice
“เน้นสนุกมากไปหรือไม่?”
“เห็นแต่กิจกรรม ไม่เห็นงานจริง”
“งบประมาณถูกใช้กับอะไร ทำไมไม่เห็นการแก้ปัญหาใหญ่ของจังหวัด?”
Social ListeningKey Finding
ไม่ใช่
×
แต่คือ
“ประชาชนไม่ชอบโกหลี่”
“ประชาชนเริ่มไม่เห็นตัวตนด้านการทำงานของโกหลี่ผ่าน Social Media”
และนี่เป็นความเสี่ยงที่สามารถแก้ไขได้ด้วย Communication Strategy
ทิศทางกลยุทธ์
Social Media จำเป็นต้องเปลี่ยนโฟกัสของคอนเทนต์
จาก — Personality-Led Content
“วันนี้สนุกกับชาวบ้านอย่างไร”
เป็น — Performance-Led Storytelling
“วันนี้กำลังแก้ปัญหาอะไร” / “ทำไปถึงไหนแล้ว”
“ประชาชนได้อะไร” / “โครงการนี้เปลี่ยนพื้นที่อย่างไร”
“งบประมาณสร้าง Impact อะไร” / “พังงากำลังเดินไปทางไหน”
โดยยังคง Personality ที่เป็นกันเองไว้ แต่ไม่ให้กลบ Performance
สัดส่วนคอนเทนต์ที่แนะนำ
Recommended Content Balance
ผลงาน / Progress / แก้ปัญหา / Before-After / ตัวเลข
เศรษฐกิจ / ท่องเที่ยว / Infrastructure / สิ่งแวดล้อม / อนาคตพังงา
ลงพื้นที่ / ชาวบ้าน / Community / การช่วยเหลือประชาชน
Trend / Entertainment / Event / Lifestyle
“ความสนุกควรทำให้คนหยุดดู
แต่ผลงานต้องทำให้คนจดจำ”
บทสรุปส่งท้าย
Social Listening สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเสียงประชาชน
“เชื่อมั่นจากประสบการณ์”
↓
“คาดหวังจากการเปลี่ยนแปลง”
↓
“ชื่นชมความเข้าถึงง่าย”
↓
“เริ่มสงสัยว่าผลงานอยู่ตรงไหน”
↓
“เริ่มเกิด Negative Narrative”
โจทย์สำคัญไม่ใช่การทำให้ผู้บริหาร “ดูน่าสนใจมากขึ้น”
แต่คือการทำให้ประชาชน
“เห็นงาน ก่อนที่ภาพจำว่าไม่มีงานจะแข็งแรงกว่าความจริง”
KeyTakeaway
✦ ข้อสรุปหลัก
โกหลี่ไม่ได้ขาดต้นทุนด้านภาพลักษณ์ ตรงกันข้าม มีทั้งประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ ความสัมพันธ์กับประชาชน และทีมงานคนรุ่นใหม่
แต่ Social Media ต้องทำหน้าที่ขยายต้นทุนเหล่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ Content ที่เน้นความสนุกมากเกินไปค่อย ๆ ลดทอนมัน
โจทย์จึงไม่ใช่ “สร้างโกหลี่คนใหม่” แต่คือ “ทำให้คนกลับมาเห็นโกหลี่ในด้านที่แข็งแรงที่สุด — คนมีประสบการณ์ที่ลงมือทำจริง และกำลังพาพังงาไปข้างหน้า”